ประวัติพระเกจิ
ประวัติหลวงพ่อสิน ภัททาจาโร วัดระหารใหญ่
หลวงพ่อสิน ภัททาจาโร นามเดิมว่า สิน สุขมาก เกิดวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2471 ปีมะโรง ณ ต.หนองบัว อ.บ้านค่าย จ.ระยอง ครอบครัวประกอบอาชีพทำนา เมื่ออายุได้ 20 ปีบริบูรณ์ ได้เข้าเกณฑ์ทหารเป็นระยะเวลา 2 ปี ก่อนปลดประจำการ และเมื่ออายุ 24 ปี ท่านได้เข้าพิธีบรรพชาอุปสมบท เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม 2494 เวลา 15.30 น. ณ อุโบสถวัดละหารไร่ ต.หนองละลอก อ.บ้านค่าย จ.ระยอง โดยมีพระครู วิจิตรธรรมานุวัต (หลวงพ่อรัตน์) เป็นพระอุปัชฌาย์, พระอธิการเพ่ง สาสโน เป็นพระ กรรมวาจาจารย์ และพระครูเกลี้ยง เป็นพระอนุสาวนาจารย์ สังกัดมหานิกาย ได้รับฉายา ภัททาจาโร
หลังจากอุปสมบท ท่านได้ศึกษาพระธรรมวินัยและปฏิบัติกรรมฐานอย่างจริงจัง รวมถึงศึกษาวิชาอาคมจากพระอาจารย์หลายท่านที่มีชื่อเสียงในยุคนั้น ท่านมีโอกาสได้ไปกราบนมัสการและรับใช้หลวงปู่ทิม วัดละหารไร่ เจ้าตำรับพระขุนแผนพรายกุมาร อยู่เสมอในสมัยที่หลวงปู่ทิมยังมีชีวิตอยู่ พร้อมทั้งได้ร่ำเรียนวิทยาคมไปด้วย อีกทั้งท่านยังได้ร่ำเรียนวิทยาคมโดยตรงจากหลวงปู่เพ่ง อดีตเจ้าอาวาสวัดละหารใหญ่และหลวงพ่อรัตน์ วัดหนองกระบอก ผู้สืบทอดพุทธาคมจากหลวงพ่ออ่ำ วัดหนองกระบอก เจ้าตำรับแพะเมตตาอันลือลั่นแห่งเมืองระยอง
หลวงพ่อสิน เป็นพระที่ใฝ่รู้ศึกษาค้นคว้าทางพระเวทวิทยาคมด้านต่างๆ ท่านได้ศึกษาอยู่กับหลวงปู่เพ่ง ศึกษาวิทยาคมพื้นฐาน ศึกษาวิชาสร้างแพะมหาเสน่ห์และโชคลาภ และศึกษาวิชาสร้างหนุมาน, ขุนแผน, ชูชก ฯลฯ
ต่อมา ท่านได้ดำรงตำแหน่งเป็นเจ้าอาวาสวัดระหารใหญ่ ตำบลหนองละลอก อำเภอบ้านค่าย จังหวัดระยอง ซึ่งเป็นวัดที่มีประวัติยาวนาน และเป็นศูนย์รวมจิตใจของพุทธศาสนิกชนในท้องถิ่น
วัตถุมงคล หลวงพ่อสิน ภัททาจาโร วัดระหารใหญ่
วัตถุมงคลของ หลวงพ่อสิน วัดระหารใหญ่ ได้รับความนิยมเป็นอย่างสูง ไม่ว่าจะเป็นในด้านเมตตามหานิยม ค้าขายดี แคล้วคลาด ปลอดภัย และเจริญรุ่งเรืองในหน้าที่การงาน ท่านมักกล่าวไว้ว่า
“วัตถุมงคลจะมีความเข้มขลังหรือไม่ ขึ้นอยู่กับความเชื่อของแต่ละบุคคล คนที่มีแต่ไม่บูชา ไม่ศรัทธา ก็เปล่าประโยชน์ ถึงจะห้อยมากมายก็ไม่คุ้มครอง**”
บารมีแห่งครูบาอาจารย์สายหลวงปู่ทิม หลวงพ่อสิน เป็นหนึ่งในพระอาจารย์สายตรงของหลวงปู่ทิมที่ยังคงดำรงขันธ์อยู่ในปัจจุบัน เป็นที่เคารพของมูลนิธิหลวงปู่ทิม วัดละหารไร่ ซึ่งมักนิมนต์ท่านร่วมพิธีปลุกเสกวัตถุมงคลสายนี้เสมอ
ด้วยความขลัง ความเมตตา และจริยวัตรอันน่าเลื่อมใส ท่านจึงถือเป็นหนึ่งในพระเกจิผู้สืบทอดสายพุทธาคมของ “หลวงปู่ทิม อิสริโก” อย่างแท้จริง